TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอเด่นชัย. Show all posts
Showing posts with label อำเภอเด่นชัย. Show all posts

วัดบ่อแก้วนิมิต ตำบลไทรย้อย




วัดบ่อแก้วนิมิต ตำบลไทรย้อย
พระครูไพศาลรัตนกิจ เจ้าอาวาสวัดบ่อแก้ว ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เจริญพรว่า วัดบ่อแก้วนิมิต อยู่ในท้องที่หมู่ 8 ต.ไทรย้อย ในท้องที่ อ.เด่นชัย มีเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดกับ ต.เด่นชัย ด้านทิศใต้ ติดกับ ต.ห้วยไร่ และจ.อุตรดิตถ์ ทิศตะวันตก ติดกับ อ.ลอง และ อ.วังชิ้น มีจำนวนหมู่บ้าน 3 หมู่ คือ หมู่ 4, 8 และ 10 อยู่ที่
ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย เป็นวัดที่กำลังเริ่มสร้างวัตถุสถาน และเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกขาวบ่อแก้ว และพระพุทธโกศัย องค์จำลอง
ในปีนี้ 2562 นี้วัดบ่อแก้วนิมิต ไม่ได้รับกฐิน ทางกรรมการจึงได้ประชุม และได้มีมติว่า ปีนี้จะทำสลากภัตขึ้น เพื่อจะได้หารายได้จัดทำกำแพงวัด เพราะ ณ ตอนนี้ กำแพงทรุดจากน้ำจากลม แตกเสียหายมาก เพื่อจะได้หาทุน จึงจัดการต๋านสลากภัตขึ้น ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เพื่อจะได้นำปัจจัยมาก่อสร้าง และกำลังหาเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ ตามจิตศรัทธา หรือจะทำบุญ 1 ล็อค 5,000 บาท จะใส่ชื่อติดกับกำแพงวัดด้วย และหาทุนจัดสร้างกำแพงจนแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ ทางวัดบ่อแก้วนิมิต จึงขอเชิญชวนพุทธศานิกชนได้ร่วมทำบุญตานสลากภัตกับวัดบ่อแก้วนิมิต ตามวันดังกล่าวได้

วัดไทรย้อย หมู่ 2 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่




วัดไทรย้อย
ผู้ให้ข้อมูล นางศรีนวล ก๊กไม้ ผู้ใหญ่บ้านไทรย้อย ม.2 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทรศัพท์ 0871731417
เก้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เส้นทางแห่งศรัทธาครั้งนี้ขอนำท่านขึ้นเหนือถิ่นล้านนาไปยังวัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ หรือที่รู้จักกันว่าคือวัดครูบาชัยมงคล ชยฺธมฺโม พระเกจิอาจารย์ผู้สืบสานศาสตร์โบราณล้านนาและสายวิชาปะฐะมะสิทธิ หากเดินทางโดยเส้นทางสายพิษณุโลก ผ่านอุตรดิตถ์ เมื่อถึงสามแยกเด่นชัยให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรถึงตำบลไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ถิ่นกำเหนิดเสาชิงช้า หน้าโบสถ์พราหมณ์ กรุงเทพฯ วัดไทรย้อยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ เก้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ที่จะขอโอกาสแนะนำให้ท่านไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้บังเกิดให้สัมฤทธิ์ผล ได้แก่
 1.หลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ นาลันทา สร้างในครั้งฉลองพุทธชยันตี ปี พ.ศ.2555 โดยครูบาชัยมงคล ได้เดินทางไปสักการะหลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ ที่นาลันทา อินเดีย และขออนุญาตสร้างขนาดเท่าองค์จริง โดยใช้หินอินเดีย แกะสลักโดยช่างชาวอินเดียที่ประเทศอินเดียแล้วส่งมาไทยทางเครื่องบิน น้ำหนักองค์ร่วม 3 ตัน ปัจจุบันประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ศรัทธามาขอพรให้สุขภาพดี หายจากการเจ็บไข้และขอให้ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ
2.พระเขี้ยวแก้วศิริชัยยะมุนี พระพุทธปฏิประธานในอุโบสถวัดไทรย้อย แกะสลักอย่างงดงามด้วยหินหยกขาว ผู้คนศรัทธามาขอพรให้บันดาลโชคลาภ วาสนา บารมี ดวงตาเห็นธรรม
3.พระบรมธาตุ เป็นพระบรมธาตุที่ได้รับจากคุณลุงทองดี หรรษคุณารมณ์ เป็นพระธาตุที่เสด็จมาโดยปาฏิหาริย์ทั้งหมด และยังเป็นพระบรมธาตุที่มีสัณฐานพิเศษนอกตำรามีขนาดใหญ่กว่าพระบรมธาตุทั่วไปที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมของเทวดาหรือกลิ่นหอมอันเป็นทิพย์ ซึ่งคุณลุงทองดีอธิบายว่าเทวดาท่านมาสรงของทิพย์บูชาพระบรมธาตุ 4.รอยพระพุทธบาท จำลอง ศิลปอินเดีย แกะสลักจากหินแกรนิต ประดิษฐานบนยอดเขาวัดไทรย้อย พุทธศาสนิกชนกราบไหว้รำลึกถึงพุทธคุณแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอพุทธานุภาพอำนวยอวยชัยให้อยู่เย็นเป็นสุข
5. พ่อครูโพมินข่อง ครูบาชัยมงคลได้ให้ช่างปั้นรูปเหมือนพ่อครูโพมินข่องให้เสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อเป็นคติว่า สำเร็จทันใจเป็นคติที่สิบเนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปให้เสร็จภายในหนึ่งวัน จึงได้เรียกกันว่า หลวงพ่อทันใจหรือพระทันใจ แต่ครั้งนี้เป็นการสร้างพ่อครูโพมินข่องผู้ทรงอภิญญาให้เสร็จภายในหนึ่งวัน จากคตินี้ถือว่า เมื่อพ่อครูองค์นี้สำเร็จขึ้นมาจะมีอำนาจในการบันดาลโชคลาภให้ทันใจแก่ผู้มาสักการะบูชาได้อย่างน่าอัศจรรย์ 6.บรมครูปู่หมอชีวกโกมารภัจน์ แกะสลักจากหินเขียวอินเดีย ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ผู้ศรัทธามาบูชากราบไหว้ขอพรเพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง หายเจ็บหายจน ด้านหน้าจะมีอ่างน้ำมนต์ที่ครูบาชัยมงคล อัญเชิญบารมีบรมครูปู่หมอชีวกฯ ทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไว้
7.เทพทันใจ หรือมหานัทโปตะอ่องโป๊ะโป๊ะจี คำจำกัดความง่าย ๆ ที่คนไทยชอบ บนได้ไหว้รับ ทันอกทันใจ8.พระชัยหลังช้าง พิเศษคือช้างนี้เป็นช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียร ผู้บูชาอธิษฐานขอชัยชนะ พิชิตมาร 9.รูปเหมือนหลวงปู่ครูบาเจ้าแสนใจ(แสนชัย) ตามประวัติกล่าวว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์ผู้ทรงอภิญญาบารมีที่ดำรงค์ขันธ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ผ่านสมัยอยุธยา ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ครูบาชัยมงคล นับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์อาวุโล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทร 054-661063 / 098 758 4067 / 094 930 9355

ผ้ามัดย้อมสีใบสัก บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่




ผ้ามัดย้อมสีใบสัก จ.แพร่
บ้านแม่พวก อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีผลิตภัณฑ์ผ้าที่โดดเด่น เพราะชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาผลิตผ้ามัดย้อม โดยใช้สีใบสักจากต้นที่มีอายุกว่า 100 ปี ได้เฉดสีที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล
บ้านแม่พวก หมู่ที่5 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีสถานีรถไฟประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 มีอายุมากกว่า 100 ปี และมีสวนต้นสักปลูกแห่งแรกของประเทศ อายุ 109 ปี ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว และนำใบสักมาใช้เป็นสีย้อมผ้า สร้างผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของหมู่บ้าน
กลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านได้รวมตัวกัน เรียนรู้วิธีการมัดลายและย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากใบสักสดนำมาต้มจนได้ที่ สามารถผลิตเป็นผ้ามัดย้อมคุณภาพดี ซึ่งใบสักในแต่ละฤดู จะให้เฉดสีที่แตกต่างกันไป ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์มัดย้อมที่ไม่ซ้ำแบบกันทั้งสีและลวดลาย
ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากใบสักมีหลายอย่าง ทั้งกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ปัจจุบันได้พัฒนา ผลิตผ้ามัดย้อมจากสีของต้นไม้ใบไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีในท้องถิ่น อย่างสีเหลืองจากเปลือกลิ้นฟ้า สีเขียวหม่นจากใบหูกวาง เปลือกแก่นฝางให้สีชมพูอมม่วง เปลือกประดู่ได้น้ำตาลอ่อน ทำให้ได้ผ้ามัดย้อมที่มีสีสันหลากหลาย พร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนสักและสถานีรถไฟโบราณของหมู่บ้านแห่งนี้ตลอดทั้งปี

บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่






บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ชื่อเจ้าของบ้าน นางสาวประคอง  นามสกุล  แก้วอุต   อายุ 55 ปี

                  ความเป็นมาของการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน เป็นที่อยู่อาศัย แรกเริ่มมีพี่น้องพักอาศัย ต่อมาไปทำงานต่างจังหวัด นางสาวประคอง แก้วอุต ซึ่งประกอบอาชีพเป็นครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลปงป่าหวาย เร่งเห็นความสำคัญของการศึกษาประกอบกับนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบทำประโยชน์ให้กับสังคม และให้ความอนุเคราะห์ที่อยู่อาศัยเป็นสถานที่ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559  จนถึงปัจจุบัน
                 นางสาวประคอง แก้วอุต ผู้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมบ้านหนังสือชุมชน ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “บ้านหนังสือชุมชนดีเด่น” ตามโครงการรัก การอ่าน เสริมการเรียนรู้ สู่วิถีชุมชน THAILAND 4.0 “ชุมชน ตลาดนัด ชวนอ่าน” วันที่ 26 เมษายน 2561 ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเด่นชัย และยังให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมภายในท้องถิ่น



ห้องศิลป์นิรันดร ตำบลปงป่าหวาย





ผู้ก่อตั้ง : นายนิรันดร์  ปัญญามูล
เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทัศน์ศิลป์สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไปหลายสาขาอาชีพที่ต้องการเรียนรู้ด้านงานศิลปะ หรือต้องการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อใช้ในการเสริมอาชีพที่ทำอยู่ และนำไปสร้างรายได้เสริม อีกทั้งหอศิลป์นิรันดรแห่งนี้ยังมีกิจกรรมฝึกสอนวาดภาพและระบายสีให้แก่ผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่างใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น มีลูกศิษย์กว่า 300 คน ที่เข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนฝีมือในงานศิลปะ ห้องศิลป์นิรันดรก่อตั้งในปี พ.ศ.2550 ตั้งอยู่ในเลขที่บ้าน 99 หมู่ที่ 6 ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีแหล่งแสดงและเรียนรู้ศิลปะ 3 โซน นั่นก็คือ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย (ด้านจิตรกรรม) เป็นสถานที่รวบรวมผลงานภาพจิตกรรมต่างๆ ของอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ที่จัดแสดงไว้ ไม่ว่าจะเป็น ใต้ร่มพระบารมีด้วยเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 80x100 เซนติเมตร ภาพพระนางเจ้าสิริกิจพระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วาดเมื่อ ปี 2550นอกจากนี้ยังมีภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนชนบทภาคเหนือของไทยในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้กับอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล จัดแสดงไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนาด้วยเทคนิดสีอะคริลิคบนผ้าใบ และยังมีภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 1ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 2ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 3ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 4และภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเป็นต้น

โซนที่ 2 เป็นศิลปะที่จัดแสดงอยู่ทางด้านชั้น 2 ของตัวบ้านอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ในโซนนี้จะเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของศิลปินต่างประเทศที่อาจารย์ได้รวบรวมสะสมไว้กว่า 20 ปี มาจัดแสดงอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งยังมีโล่รางวัล เกียรติบัตรเชิดชูผลงานของอาจารย์มาจัดแสดงไว้อีกด้วย

โซนสุดท้าย โซนที่ 3 เป็นสถานที่ที่อาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล และลูกศิษย์สร้างผลงานศิลปะ ทั้งในการวาดภาพ ลงสี และยังเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติจริงให้แก่ลูกศิษย์หรือผู้ที่สนใจในงานศิลปะ เข้ามาเรียนรู้และลงมือทำงานศิลปะ มีลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียนรู้แล้วกว่า 300 คน โดยอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล เป็นคนลงมือสอนด้วยตัวเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งยังสามารถนำผลงานศิลปะที่ตนเองทำ นำกลับไปได้อีกด้วย

มัลเบอร์รี่ฟาร์ม ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย



นางสาวจารุวรรณ เอกบัว” สาวเมืองดอกคูนขอนแก่น วัย 38 ปี ผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบ “ฟาร์มสเตย์”รู้จักกันในนามฟาร์มหม่อน มัลเบอร์รี่ ฟาร์ม (Mulberry Farm)

เริ่มต้นของการทำฟาร์มหม่อนแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไต่เต้าจากพนักงานห้างค้าปลีกข้ามชาติจนกลายเป็นผู้จัดการเขต และเลือกจังหวัดแพร่ในการลงหลักปักฐาน ด้วยความที่เป็นผู้จัดการแผนกอาหารสดทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร ปลูกพืชผัก ผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ

นั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อราว 3 ปีก่อน ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว พร้อมดำรงชีวิตแบบพอเพียงบนดอยบ้านน้ำพร้าว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เมืองเล็ก ๆ ของภาคเหนือ
“เรามีประสบการณ์จากการเป็นพนักงานจนถึงผู้จัดการ ทำให้เห็นวงจรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ จึงมีแนวคิดว่า อยากปลูกพืชผัก ทำเกษตรพอเพียง และปลูกพืชตระกูลเบอร์รี่ ที่สามารถปลูกขึ้นได้ดีในเมืองไทยโดยไม่ใช้สารเคมี สุดท้ายก็มาลงตัวที่หม่อน เพราะถิ่นกำเนิดเป็นคนอีสานได้สัมผัสการเลี้ยงไหม ปลูกต้นหม่อน มีความรู้และผูกพันกับหม่อนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”
เธอยังบอกด้วยว่า หลังออกจากงานก็ได้ไปขอกิ่งพันธุ์จากกรมหม่อนไหม ที่อำเภอเด่นชัยมาปลูก โดยได้รับการสนับสนุนต้นหม่อนมาจำนวน 200 ต้น เริ่มลงมือปลูก บนพื้นที่ 8 ไร่ รวมทั้งหมด 300 ต้น ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และต้นหม่อนจะโตเต็มที่ในระยะเวลา 1 ปี ให้ผลผลิตในปีแรก ประมาณ 500 กิโลกรัม จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 100 บาท

ปัจจุบันสามารถเก็บผลผลิตได้เต็มที่ปีละกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงหน้าฝนเดือนมิถุนายน และช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเมษายน หม่อนเป็นพืชที่อยู่ได้ทุกสภาวะ ยกเว้นน้ำท่วมขังจะทำให้รากเน่า และไม่ให้ผลผลิต“ผลผลิตหม่อนในปีแรกได้นำออกไปขายที่ตลาดเอง สามารถขายหมดเพียงไม่กี่วัน ปัจจุบันหม่อน 300 ต้นที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิต และมีรายได้เข้ามาทุกวัน”
ขณะเดียวกันยังต่อยอดพัฒนาไปเป็น “ฟาร์มสเตย์” รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถเข้าพักในกระท่อมภายในไร่ได้ และมีกิจกรรมร่วมกันภายในฟาร์มด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนผักเก็บลูกหม่อน การแปรรูป และการทำขนมปัง เป็นต้น
กิจกรรมเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติที่อยากเรียนรู้วิถีชีวิตไทย ๆ การทำเกษตร และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยมีนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ จองเข้ามาพักนานนับเดือน

บ้านไทรย้อย หมู่บ้านชีววิถี อยู่ดีมีสุข




บ้านไทรย้อยหมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เดิมมีอาชีพขายกลอย ขายไม้กวาด ตลอดสองข้างทางสายเด่นชัย-ลำปาง ปัจจุบันได้หันมาน้อมนำเอาโครงการพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในหมู่บ้าน โดยมีนางไพรวรรณ คำเหลือง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย ได้ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านทุกครัวเรือน จำนวน 127 ครัวเรือน จัดทำโครงการ ชีววิถี อยู่ดีมีสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
บ้านไทรย้อย หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ดำเนินโครงการ ชีววิถี อยู่ดีมีสุข เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทุกครัวเรือนพร้อมใจ ดำเนินการเกษตรปลอดภัย ปลอดสารพิษ สร้างรั้วกินได้ และจัดทำโครงการตู้เย็นหลังบ้านแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 35 ครัวเรือน ที่มีตู้เย็นหลังบ้านพร้อมเปิดให้เก็บผลผลิตมาขาย มากินได้ ที่เรียกว่าตู้เย็นหลังบ้านเพราะภายในบริเวณหลังบ้าน จะมีการปลูกพืชผักสวนครัวที่หลากหลาย มีกบ มีปลา มีไก่ มีไข่ ที่พร้อมสำหรับนำมาประกอบอาหาร เสมือนหนึ่งเป็นตู้เย็นในบ้าน
นอกจากนี้ ในหมู่บ้านยังจัดทำธนาคารน้ำหมักชีวภาพ หรือธนาคาร EM ไว้ประจำซุ้มในหมู่บ้านทั้ง 8 ซุ้ม มีการนำเศษผักมาทำน้ำหมักจำหน่าย แจก โดยคนในหมู่บ้านสามารถนำขวดพลาสติกเปล่า 3 ขวดมาแลกน้ำหมัก 1 ขวด บ้านไทรย้อย หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเกษตรแบบพอเพียง เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร จึงมีเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ มาเยี่ยมชมโครงการตลอดทั้งปี นับว่าเป็นความสำเร็จในการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริ ที่เป็นแบบอย่างได้อีกหมู่บ้านหนึ่ง

ห้องสมุดประชาชนอำเภอเด่นชัย






ห้องสมุดประชาชนอำเภอเด่นชัย 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเด่นชัย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดแพร่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 
(กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
 ตั้งอยู่ที่ หมู่  ถนนยันตรกิจโกศล อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ 
ตั้งขึ้นเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ได้จัดสร้างห้องสมุดประชาชนขึ้นบริเวณที่ของราชพัสดุโดยใช้งบประมาณแผ่นดินของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม) จำนวนเงิน ๗๗๖,๐๐๐ บาท และคุณสมถวัลย์ พัดมีเทศ บริจาคเพิ่มอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท  รวมเวลาก่อสร้าง ๑๑๖ วัน และเปิดให้บริการแก่ประชาชน วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๖ ให้บริการสืบค้นข้อมูลแหล่งเรียนรู้ บริการหนังสือ สื่อความรู้ในรูปแบบต่างๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

ลิ้งค์ข้อมูล








สวนสักปลูกแห่งแรกของประเทศไทย ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย





สวนสักปลูกแห่งแรกของประเทศไทย
สวนป่าสักรัฐบาลปลูกแห่งแรกในประเทศไทย  อยู่หมู่ที่ 5 บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่ ตรงข้ามที่หยุดรถไฟบ้านพวก  สำนักงานป่าไม้เขตแพร่  กรมป่าไม้ เป็นผู้ดูแล พระยาวันพฤกษ์-พิจารณ์ (ทองคำ เศวตศิลา) เป็นผู้ริเริ่มปลูกด้วยวิธีหยอดหลุมตามแบบเมียนมาเมื่อ พ.ศ. 2453 ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งสิ้น 133 ไร่ เป็นไม้สักที่ดีที่สุด ต้นสักส่วนใหญ่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี  เมื่อโตเต็มที่จะสูง 20 เมตร ขึ้นไป จะมีกิ่งก้านเมื่อใกล้ถึงยอดของต้น  ในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ของทุกปี จะมีดอกอาวหรือดอกกระเจียวส้มขึ้นเองตามธรรมชาติใต้ต้นสักเป็นบริเวณกว้างจนกลายเป็นทุ่งดอกกระเจียวส้มที่สวยงาม ต่อมาในปี พ.ศ.2454 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอัครมเหสี ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสตามเส้นทางรถไฟสายเหนือ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ถึงสถานีรถไฟแม่พวก เพื่อไปทอดพระเนตรสวนป่าสักปลูกแห่งแรกนี้ และบริเวณใกล้กันเป็นสถานีรถไฟแม่พวกที่ปัจจุบันได้เลิกใช้งานแล้วแต่ชุมชนยังคงอนุรักษ์ตัวอาคารสถานีซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้เป็นศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว และมีการจัดนิทรรศการภาพติดผนังบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนบ้านแม่พวก สอบถามข้อมูลได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ โทร. 0 5452 1127

กาลเวลาล่วงเลยมาชั้นหลัง ป่าสักปลูกแห่งแรกนี้ อยู่ในการดูแลของส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อปี พ.ศ.2541 สำรวจพบว่า มีต้นสักเดิมที่ปลูกไว้ภายในบริเวณดังกล่าวหลงเหลืออยู่จำนวน 1,797 ต้น
ทำให้ชาวบ้านแม่พวกมีความรักและหวงแหนผืนป่าสักปลูกแห่งนี้ที่เจริญเติบโต สูงใหญ่ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นมาร้อยกว่าปี นอกจากนี้ ทุกๆปี นายน้อย เทียรมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านแม่พวก ยังนำชาวบ้านทำการแผ้วถางวัชพืชไม่ให้หญ้าขึ้นรกรุงรังและทำแนวป้องกันไฟป่าสักแห่งนี้

ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า…บ้านไทรย้อย





ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้าบ้านไทรย้อย
หมู่ที่ 2 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
ไทรย้อย กลอยลำ พระองค์ดำคู่บ้าน จักสานเป็นเลิศ ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า งามตาถ้ำผาตั้ง โด่งดังครูบาชัยมงคล
ประวัติความเป็นมาบ้านไทรย้อยเดิมชื่อบ้านปากปาน ต่อมาได้แยกออกจากบ้านปากปานมาเป็นบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ ผู้ใหญ่ผ่อง จารเขียน คำว่า ไทรย้อยมาจากต้นไทรที่อยู่บ้านพ่อจัย ชำนาญ ต่อมามีประชากรเพิ่มขึ้นจึงได้มีการแยกหมู่บ้านไทรย้อย ออกเป็นบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 และบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 12 ปัจจุบัน บ้านไทรย้อย มีนางศรีนวล ก๊กไม้ เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ในปีงบประมาณ 2558                                     
กิจกรรมการท่องเที่ยว
1.เที่ยววัดไทรย้อย -ไหว้พระองค์ดำ นาลันทา -ขอพรจากเทพทันใจ โปโปจี-บูชาพระเครื่อง ตระกุด เหรียญ เครื่องรางของคลัง-ชมประวัติและถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า -ถ่ายรูป Land Mark ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า
2.เยี่ยมชมประวัติถิ่นกำเนิดเสาชิงช้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พร 21 แม่ปาน ตำบลไทรย้อย-ชมนิทรรศการแสดงประวัติถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า-ถ่ายรูปกับแบบจำลองเสาชิงช้า-ชมสวนต้นสักขนาดใหญ่  
3.ศึกษาดูงานการสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชน-กลุ่มแปรรูปกลอย ชมสาธิตการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปกลอย-กลุ่มจักสาน เช่น กระบุง หวดนึ่งข้าว ตะกร้า ไม้กวาด-กลุ่มตัดเย็บกระเป๋าผ้าด้นมือ -กลุ่มทำของที่ระลึกถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า (เสาชิงช้าจิ๋ว)-เยี่ยมชมสินค้าตลาดชุมชนบ้านไทรย้อย เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนในราคากันเอง       
4.กิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติห้วยจำ-หาอาหารป่าตามฤดูกาล เช่น หาปลา เก็บเห็ดต่างๆ เก็บผักหวานป่า สอยไข่มดแดง ผักกูด แมงมัน อึ่งอ่าง เขียด ฯลฯ 
5.กิจกรรมชมธรรมชาติวัดถ้ำผาตั้ง -ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ไหว้พระขอพรวัดถ้ำผาตั้ง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
กิจกรรมบ้านพัก Home Stay มีบริการบ้านพัก Home Stay สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเป็นหมู่คณะ โดยมีกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักเป็นหมู่คณะ ดังนี้
-การแสดงฟ้อนรำของเด็ก เยาวชนต้อนรับนักท่องเที่ยว
-จัดเลี้ยงอาหารมื้อเย็นแบบขันโตก พร้อมการแสดง
-พิธีบายศรีสู่ขวัญนักท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ
-คณะมัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมกิจกรรมหมู่บ้านมีบริการบ้านพัก Home Stay พร้อมอาหาร จำนวน 14 หลังๆละ 2-3 คน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักแบบส่วนตัว
สินค้า Otop / ผลิตภัณฑ์ชุมชน
 -ผลิตภัณฑ์แปรรูปกลอย ได้แก่ กลอยนึ่ง กลอยทอด ทองม้วนกลอย กลอยเค็ม ข้าวเกรียบกลอย
-ผลิตภัณฑ์ผ้าด้นมือ ได้แก่ กระเป๋า พวงกุญแจ
 -ผลิตภัณฑ์จักสาน ได้แก่ กระบุง ตระกร้า หวดนึ่งข้าว ไม้กวาด
-ผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยบ้านไทรย้อย
-ผลิตภัณฑ์เสาชิงช้าจิ๋ว
สถานที่ติดต่อสอบถามรายละเอียด นางศรีนวล ก๊กไม้ ผู้ใหญ่บ้าน หมายเลขโทรศัพท์ 087-1731-417 , 099-2737-495-สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเด่นชัย หมายเลขโทรศัพท์ 054-613-99

ม่อนพลอยล้านปี บ้านน้ำพร้าว อำเภอเด่นชัย





                                                                    
ม่อนพลอยล้านปี 
บ้านน้ำพร้าว ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ 
เป็นแหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาที่มีลักษณ์ทางธรณีวิทยา ที่โดดเด่น ได้แก่ แท่งเสาหินบะซอลต์ (Columna Basalt) หินบะซอลต์ รูปไข่ และหินบะซอลต์ให้พลอย โดยพบผลึกของแร่ฝังอยู่ในเนื้อหินบะซอลต์ ได้แก่ นิล ไพลิน และเพอริดอท เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ที่มีคุณค่าทางวิชาการ และท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการร่วมกันพัฒนา
กิจกรรมน่าสนใจ
- ชมลานหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
- ชมดอกเข้าพรรษา
- ชมทัศนียภาพมุมสูง
- ศึกษาข้อมูลที่ให้ความรู้ตามจุดต่างๆ
****ฤดูหนาวจะมีทะเลหมอก
นายสุชาติ สมบูรณ์เถกิง
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านน้ำพร้าว
เบอร์โทรศัพท์ 
081-4724739

พิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ





พิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ
ก่อตั้งโดยพระอาจารย์มนตรี ธมมเมธี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีฯ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดแพร่ และเป็นพระนักพัฒนาที่สำคัญรูปหนึ่ง พิพิธภัณฑ์สุวรณหอคำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2528 เป็นการก่อสร้างตามแบบของศิลปกรรมล้านนา ทรงกาแล นำเอาไม้บ้านเรือนเก่า ซึ่งเป็นไม้สักทองที่ผ่านการปลูกสร้างบ้านมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยได้รับการอนุเคราะห์ช่วยเหลือบริจาคซื้อเรือนเก่าในเขต อ.เด่นชัย อ.สอง จ.แพร่ จำนวน 14 หลัง จำนวนเสา 101 ต้น  สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการก่อสร้าง  ทางวัดได้รับการช่วยเหลือจากบรรดาลูกศิษย์ของวัด ทั้งพ่อค้า ประชาชน ข้าราชการ และภาคเอกชนทั่วไปทั้งในจังหวัดแพร่และที่อื่น ๆ  
วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง "พิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ" เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาพเก่าของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่ และเจ้าเมืองฝ่ายเหนือ  เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณความดีของบรรพบุรุษและจะได้เป็นเครื่องเตือนใจความรักหวงแหนแผ่นดินไทย  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปล้านนาไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ เป็นการอนุรักษ์ดนตรีไทยภาคกลาง ดนตรีล้านนา และส่งเสริมกระตุ้นเตือนให้เยาวชนสนใจศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์และมรดกอันล้ำค่าประจำชาติมากยิ่งขึ้น 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่รวบรวมและตั้งแสดงโบราณวัตถุของล้านนาไทย ทั้งของจังหวัดแพร่และจังหวัดในภาคเหนือ อาทิ รูปภาพเจ้านายฝ่ายเหนือ วัตถุโบราณ เครื่องศาสตราวุธ ฉลองพระองค์ของเจ้านายฝ่ายเหนือ คัมภีร์กฎหมายมังรายศาสตร์ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกของเมืองแพร่อันว่าด้วยการปกครองและการพิจารณาคดีความต่าง ๆ  

หลวงพ่อแสนแซ่ วัดเด่นชัย

                                     



                                                
                                              หลวงพ่อแสนแซ่ วัดเด่นชัย
หลวงพ่อแสนแซ่ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเด่นชัย จ.แพร่
ประวัติ
หลวงพ่อแสนแซ่ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยมีอายุราว 1,000 ปี หรือ 4 แผ่นดิน สร้างขึ้นโดยช่างศิลป์สมัยเชียงแสน เป็นพระนั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย ที่นามว่าพระแสนแซ่เพราะพระพุทธรูปองค์นี้หล่อเป็นชิ้นๆแล้วมาประกอบเข้าด้วยกันเวลาประกอบจะใช้แซ่หรือสลักสอดไว้ให้กระชับแน่นมั่นคงทั้งนี้เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้าย โดยเชื่อกันว่าใครได้มากราบไหว้พระเจ้าแสนแซ่จะประสบแต่ความสุขสวัสดี มีโชค มีลาภ ผู้ที่มาขอพร ก็ได้ดังที่หวัง จึงทำให้พระเจ้าแสนแซ่เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวอำเภอเด่นชัย คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเด่นชัย จ.แพร่ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ น้ำหนัก ๒๗๕ กิโลกรัม หน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้ว สูงถึงโมลี ๔๒ นิ้ว เป็นพระประทับนั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสนสิงห์ ๑ องค์พร ที่เรียกว่า หลวงพ่อแสนแซ่ หรือ พระแสนแซ่ เพราะพระพุทธรูปองค์นี้ หล่อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบกัน โดยใช้ "แซ่" หรือ สลัก สอดใส่ให้มั่นคง ทั้งนี้เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้าย เมื่อยามมีศึกสงครามมาประชิดเมือง หรือเมื่อจวนตัวข้าศึก ชาวบ้านจะช่วยกันถอดพระพุทธรูปองค์นี้ออกเป็นชิ้นๆ แล้วบรรจุลงลังไม้ อัญเชิญหนีออกจากเมือง เพื่อไม่ให้ศัตรูยึดเอาพระพุทธรูปไปได้
ใน พ.ศ.๒๔๕๗ หลวงตาอ้น เจ้าอาวาสวัดเด่นชัย พร้อมด้วย นายสี ตันเหลง มัคคทายกวัดและเหล่าทายกทายิกาทั้งหลายได้ประชุมปรึกษาหารือแสวงหาพระประธานมาประจำวัด ได้ทราบข่าวว่า มีพระพุทธรูปงามองค์หนึ่ง ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาวัดพระบาทอ.เมืองจ.แพร่จึงพร้อมใจกันขอเช่าด้วยราคา๒๕๐บาทแต่จะเป็นด้วย ปาฏิหาริย์ หรือเหตุใดไม่ปรากฏ บังเกิดฝนตกหนักในวันนั้น เกิดความชุ่มเย็น อากาศแจ่มใส แปลกกว่าวันที่ผ่านมาปรากฏให้เห็นเป็นที่อัศจรรย์ใจท่านพระครูพุทธวงษาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดแพร่ เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ประจวบกับวัดเด่นชัยไม่มีพระประธาน จึงมอบให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่ประการใด เมื่อได้รับมอบเรียบร้อยแล้ว จึงได้อาราธนาขึ้นเกวียน มาตามถนนหลวง และอันเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ ณ วัดเด่นชัย นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตราบเท่าปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังปรากฏเรื่องเล่าลือ ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และปาฏิหาริย์ต่างๆ นานา โดยชาวบ้านในละแวกเมืองแพร่ ให้ความเคารพนับถือกันมาก เชื่อว่า ใครได้มากราบไหว้ก็จะประสบแต่ความสุขสวัสดี มีโชค มีลาภ ใครมาขอพร ก็จะได้ดังความหวังทุกประการ

แหล่งเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจแบบผสมผสาน กะเทยแพร่ฟาร์ม








แหล่งเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจแบบผสมผสาน กะเทยแพร่ฟาร์ม

เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2556 โดยนายไพรัตน์ เลือกใช้ ภายใต้ชื่อ สวนเกษตรริมยม โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างให้กลุ่มเกษตรกรในชุมชนและใกล้เคียงได้มาศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆและใน พ.ศ.2557 ได้เริ่มมีการทำปศุสัตว์  จึงได้มีการขอจดทะเบียนฟาร์มโดยใช้ชื่อ "กะเทยแพร่ฟาร์ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 จนถึงบัดนี้ "กระเทยแพร่ฟาร์ม" เป็นศูนย์การเรียนที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมง และมีการสาธิตด้านอาชีพต่างๆ ให้กับเกษตรผู้ที่สนใจ   กะเทยเเพร่ฟาร์มเริ่มทำเกษตรทฤษฏีใหม่มาตั้งแต่พ.ศ.2556 บนผืนดินที่เสื่อมโทรมท่ามกลางพื้นที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพราะเชื่อในศาสตร์พระราชาว่าเราจะพลิกฟื้นคืนชีวิตแผ่นดินนี้ให้กับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง เริ่มจากการปลูกป่า3อย่างพึ่งประโยชน์4อย่างไม้กินไม้ใช้ไม้เศรษฐกิจนอกจากเราจะปลูกต้นไม้นำทางในจุดเริ่มต้นเรายังพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ของตนเองให้พออยู่พอใช้สามารถพึ่งพาตนเองได้คือทำตามกำลังไม่รีบร้อนอันไหนสำคัญก็เริ่มก่อนโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปีพ.ศ.2561 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่ สร้างโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่
ปีพ.ศ.2561 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเด่นชัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเลี้ยงกบ หมู่2ที่ตั้ง...บ้านเลขที่4 หมู่ที่2 ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่
ด้านปศุสัตว์   กะเทยเเพร่ฟาร์มมีการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด ดังนี้ 1.ไก่ไข่  2.ไก่ไข่ต่างประเทศ  3.ไก่พื้นเมือง  4.ไก่สวยงาม  5.เป็ด  6.นกกระทา  7.นกพิราบหางแพน  8.หมูป่า  9.กระต่าย  10.ใส้เดือน
ด้านประมง  กะเทยเเพร่ฟาร์มมีการขุดยกร่องน้ำล้อมศูนย์การเรียนเพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและทำประมง เช่น  1.ปลา  2.หอยขม,หอยเชอรี่  3.กบนา
มีการปลูกพืชปลอดภัย. การกำจัดขยะอินทรีย์ การทำปุ๋ยและฮอร์โมนต่างๆ
วันนี้กะเทยเเพร่ฟาร์มมีป่า 3อย่าง มีแหล่งน้ำมีนาข้าว ด้วยความเพียรจาก 3 เมล็ดพันธุ์ที่พ่อหว่าน เมล็ดหนึ่งกำลังเติบโตคือลูกและอีกสองเมล็ดคือพ่อแม่ที่ลงมือทำให้ดูปลูกฝังซึมซับศาสตร์พระราชาสิ่งนี้แหล่ะที่พระองค์พระราชทานแก่ลูกๆของแผ่นดินให้เป็นภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างยั่งยืน 

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดแพร่. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand