TKP HEADLINE

Showing posts with label 02.แหล่งเรียนรู้. Show all posts
Showing posts with label 02.แหล่งเรียนรู้. Show all posts

โรงเรียนวัดศรีดอก ตำบลหัวฝาย




โรงเรียนวัดศรีดอก ( ประชาพัฒนา )

ที่ตั้ง หมู่ที่ 3 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
ผู้ก่อตั้ง -
วันที่ก่อตั้ง
ประวัติความเป็นมา
โรงเรียนวัดศรีดอก ( ประชาพัฒนา ) ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เดิมชื่อ โรงเรียนวัดศรีดอก ประชาบาล ตำบลหัวฝาย ได้ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2478 เมื่อมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการศึกษาและ ผู้ปกครองนักเรียน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โดยใช้งบประมาณของทางราชการ และได้เปิดเรียนในปี พ.ศ. 2482 โดยมีนายมอญ หงษ์สินศรี เป็นครูใหญ่ ต่อมาได้รับจัดสรรงบประมาณ และราษฎรสมทบเพิ่มเติม ...รายละเอียดเพิ่มเติม

โรงเรียนช่องลม ตำบลร่องกาศ


โรงเรียนช่องลม

ที่ตั้ง หมู่ที่ 1 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
ผู้ก่อตั้ง -
วันที่ก่อตั้ง 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2478
ประวัติความเป็นมา
โรงเรียนช่องลม(จันทิมาประชาพิทักษ์) เดิมชื่อโรงเรียนช่องลมโดยแยกจากโรงเรียนดอนชัย เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2470 ได้รับความร่วมมือจากราษฎร์ หมู่ที่ 1 และ หมู่ที่ 2 ตำบลหัวฝาย จัดหาโต๊ะมานั่งแต่อาศัยเรียนในศาลาวัดช่องลม ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2479 ได้สร้างอาคารขึ้น1 หลังในปี 2482 หลวงพ่อจันทิมา เจ้าอาวาสวัดช่องลมพร้อมด้วยศรัทธาประชาชน ได้ร่วมกันสร้างอาคารขนาด 4 ห้องเรียน 1 หลัง วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2498 ได้ชื้อที่ดินขยายโรงเรียน 1 ไร่ 40 ตารางวา ต่อมาวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2503 ราชการอนุมัติเงิน 120,000 บาท สมทบกับเงินบริจาค 80,000 บาท เพื่อซื้อที่ดินทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัดช่องลม ...รายละเอียดเพิ่มเติม

บ่อน้ำไหลห่างวัดดอนชัย ตำบลหัวฝาย

บ่อน้ำไหลห่าง
ที่ตั้ง หมู่ที่ 7 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
ผู้ก่อตั้ง พระภิกษุ สามเณรและคณะศรัทธาบ้านดอนชัย
วันที่ก่อตั้ง วันที่ 20 สิงหาคม 2555
ประวัติความเป็นมา

หลวงพ่อหมื่นศักดิ์สิทธิ์ แหล่งผลิตเสื่อลำแพน ดินแดนน้ำบ่อไหลห่าง ศูนย์กลางวัฒนธรรมพื้นบ้าน น้ำบ่อไหลห่างนี้เดิมเป็นบ่อน้ำเล็กๆเกิดขึ้นเมื่อปีประมาณ 400 มีทุ่งนาและเนินดินรอบๆ น้ำใสสะอาด พระภิกษุ สามเณรและคณะศรัทธามานำเอาน้ำไปใช้ตลอดทั้งปีไม่มีแห้ง ต่อมาหลวงหมื่นได้นำไม้กลองเก่ามาว่างรอบๆและนำมาวางรอบๆไม่ให้ดินหรือทรายตกลงในบ่อ จนไม้พุพังจึงได้ก่ออิฐแทน พอปีพ.ศ.2541 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในตำบลหัวฝาย ทำให้น้ำบ่อไหลหางถึงดินทรายทับถมหายไป เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2555 ทางวัดและคณะศรัทธาจึงได้ร่วมกันบูรณะน้ำบ่อไหลห่างใหม่ เป็นบ่อดังเดิมมีน้ำไหลตลอดปี จึงได้ชื่อว่า น้ำบ่อไหลห่างอันศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านต่างพากันมาเอาน้ำไปดื่ม อาบ ชำระร่างกายเพื่อขจัดโรคภัยไข้เจ็บตามความเชื่อของแต่ละคน ...รายละเอียดเพิ่มเติม

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวฝาย



ชื่อ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวฝาย
อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
สถานที่ตั้ง : หมู่ที่ 7 บ้านดอนชัย ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
กิจกรรมภายใน โรงพยาบาลส่่งเสริมสุขภาพประจำตำบล
การส่งเสริมความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยแรกเกิด ถึงผู้สูงอายุ
การออกพื้นที่ตรวจแหล่งลูกน้ำยุงลาย
การออกพื้นที่ดูแลเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ
แพทย์แผนไทยประจำพื้นที่เขตที่รับผิดชอบในตำบล
ป้องกันและควบคุมโรคติกต่อและไม่ติดต่อและอุบัติเหตุ

ศูนย์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลหัวฝาย



กิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษ การเรียนรู้และการปลูกพืชผักสวนครัวสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันสามารถนำความรู้ไปขยายผลต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
...รายละเอียดเพิ่มเติม

แหล่งเรียนรู้การคัดแยกขยะ (โรงเรียนบ้านปงพร้าว ตำบลร่องกาศ)

กิจกรรมการคัดแยกขยะ

การบริหารจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการ ขยะฮอมบุญ บ้านปงพร้าว หมู่ที่ ๖

ซึ่งผู้ใหญ่ไพวัลย์ สุรวงศ์ ได้ลงพื้นที่ติดตาม พร้อมแกนนำ อสม. และประชาชนร่วมกัน

ดำเนินการ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน โรงเรียนบ้านแม่ปงพร้าว หมู่ที่ ๖ ตำบลร่องกาศ

ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลร่องกาศ

น.ส.สดวก จำรัส อายุ 43 ปี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี พ.ศ.2558 สาขาอาชีพทำนา บ้านตอนิมิตร ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ บอกว่า เพราะพื้นที่ของบ้านเกิดมีที่ทำกิน มีแหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อมดี ประกอบกับช่วงที่มีเวลาว่างก็มักจะได้ไปศึกษา ใฝ่หาความรู้ตามแหล่งเรียนรู้ในอาชีพทำนา จึงเกิดความคิดและเกิดแรงบันดาลใจและมุ่งมั่น ต้องทำให้อาชีพทำนาเป็นอาชีพที่มั่นคงสร้างความสุขและมีความยั่งยืนในการดำเนินชีวิตให้ได้....รายละเอียดเพิ่มเติม

บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่






บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ชื่อเจ้าของบ้าน นางสาวประคอง  นามสกุล  แก้วอุต   อายุ 55 ปี

                  ความเป็นมาของการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน เป็นที่อยู่อาศัย แรกเริ่มมีพี่น้องพักอาศัย ต่อมาไปทำงานต่างจังหวัด นางสาวประคอง แก้วอุต ซึ่งประกอบอาชีพเป็นครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลปงป่าหวาย เร่งเห็นความสำคัญของการศึกษาประกอบกับนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบทำประโยชน์ให้กับสังคม และให้ความอนุเคราะห์ที่อยู่อาศัยเป็นสถานที่ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559  จนถึงปัจจุบัน
                 นางสาวประคอง แก้วอุต ผู้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมบ้านหนังสือชุมชน ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “บ้านหนังสือชุมชนดีเด่น” ตามโครงการรัก การอ่าน เสริมการเรียนรู้ สู่วิถีชุมชน THAILAND 4.0 “ชุมชน ตลาดนัด ชวนอ่าน” วันที่ 26 เมษายน 2561 ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเด่นชัย และยังให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมภายในท้องถิ่น



ห้องศิลป์นิรันดร ตำบลปงป่าหวาย





ผู้ก่อตั้ง : นายนิรันดร์  ปัญญามูล
เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทัศน์ศิลป์สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไปหลายสาขาอาชีพที่ต้องการเรียนรู้ด้านงานศิลปะ หรือต้องการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อใช้ในการเสริมอาชีพที่ทำอยู่ และนำไปสร้างรายได้เสริม อีกทั้งหอศิลป์นิรันดรแห่งนี้ยังมีกิจกรรมฝึกสอนวาดภาพและระบายสีให้แก่ผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่างใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น มีลูกศิษย์กว่า 300 คน ที่เข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนฝีมือในงานศิลปะ ห้องศิลป์นิรันดรก่อตั้งในปี พ.ศ.2550 ตั้งอยู่ในเลขที่บ้าน 99 หมู่ที่ 6 ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีแหล่งแสดงและเรียนรู้ศิลปะ 3 โซน นั่นก็คือ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย (ด้านจิตรกรรม) เป็นสถานที่รวบรวมผลงานภาพจิตกรรมต่างๆ ของอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ที่จัดแสดงไว้ ไม่ว่าจะเป็น ใต้ร่มพระบารมีด้วยเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 80x100 เซนติเมตร ภาพพระนางเจ้าสิริกิจพระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วาดเมื่อ ปี 2550นอกจากนี้ยังมีภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนชนบทภาคเหนือของไทยในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้กับอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล จัดแสดงไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนาด้วยเทคนิดสีอะคริลิคบนผ้าใบ และยังมีภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 1ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 2ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 3ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 4และภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเป็นต้น

โซนที่ 2 เป็นศิลปะที่จัดแสดงอยู่ทางด้านชั้น 2 ของตัวบ้านอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ในโซนนี้จะเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของศิลปินต่างประเทศที่อาจารย์ได้รวบรวมสะสมไว้กว่า 20 ปี มาจัดแสดงอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งยังมีโล่รางวัล เกียรติบัตรเชิดชูผลงานของอาจารย์มาจัดแสดงไว้อีกด้วย

โซนสุดท้าย โซนที่ 3 เป็นสถานที่ที่อาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล และลูกศิษย์สร้างผลงานศิลปะ ทั้งในการวาดภาพ ลงสี และยังเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติจริงให้แก่ลูกศิษย์หรือผู้ที่สนใจในงานศิลปะ เข้ามาเรียนรู้และลงมือทำงานศิลปะ มีลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียนรู้แล้วกว่า 300 คน โดยอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล เป็นคนลงมือสอนด้วยตัวเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งยังสามารถนำผลงานศิลปะที่ตนเองทำ นำกลับไปได้อีกด้วย

มัลเบอร์รี่ฟาร์ม ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย



นางสาวจารุวรรณ เอกบัว” สาวเมืองดอกคูนขอนแก่น วัย 38 ปี ผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบ “ฟาร์มสเตย์”รู้จักกันในนามฟาร์มหม่อน มัลเบอร์รี่ ฟาร์ม (Mulberry Farm)

เริ่มต้นของการทำฟาร์มหม่อนแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไต่เต้าจากพนักงานห้างค้าปลีกข้ามชาติจนกลายเป็นผู้จัดการเขต และเลือกจังหวัดแพร่ในการลงหลักปักฐาน ด้วยความที่เป็นผู้จัดการแผนกอาหารสดทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร ปลูกพืชผัก ผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ

นั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อราว 3 ปีก่อน ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว พร้อมดำรงชีวิตแบบพอเพียงบนดอยบ้านน้ำพร้าว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เมืองเล็ก ๆ ของภาคเหนือ
“เรามีประสบการณ์จากการเป็นพนักงานจนถึงผู้จัดการ ทำให้เห็นวงจรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ จึงมีแนวคิดว่า อยากปลูกพืชผัก ทำเกษตรพอเพียง และปลูกพืชตระกูลเบอร์รี่ ที่สามารถปลูกขึ้นได้ดีในเมืองไทยโดยไม่ใช้สารเคมี สุดท้ายก็มาลงตัวที่หม่อน เพราะถิ่นกำเนิดเป็นคนอีสานได้สัมผัสการเลี้ยงไหม ปลูกต้นหม่อน มีความรู้และผูกพันกับหม่อนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”
เธอยังบอกด้วยว่า หลังออกจากงานก็ได้ไปขอกิ่งพันธุ์จากกรมหม่อนไหม ที่อำเภอเด่นชัยมาปลูก โดยได้รับการสนับสนุนต้นหม่อนมาจำนวน 200 ต้น เริ่มลงมือปลูก บนพื้นที่ 8 ไร่ รวมทั้งหมด 300 ต้น ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และต้นหม่อนจะโตเต็มที่ในระยะเวลา 1 ปี ให้ผลผลิตในปีแรก ประมาณ 500 กิโลกรัม จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 100 บาท

ปัจจุบันสามารถเก็บผลผลิตได้เต็มที่ปีละกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงหน้าฝนเดือนมิถุนายน และช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเมษายน หม่อนเป็นพืชที่อยู่ได้ทุกสภาวะ ยกเว้นน้ำท่วมขังจะทำให้รากเน่า และไม่ให้ผลผลิต“ผลผลิตหม่อนในปีแรกได้นำออกไปขายที่ตลาดเอง สามารถขายหมดเพียงไม่กี่วัน ปัจจุบันหม่อน 300 ต้นที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิต และมีรายได้เข้ามาทุกวัน”
ขณะเดียวกันยังต่อยอดพัฒนาไปเป็น “ฟาร์มสเตย์” รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถเข้าพักในกระท่อมภายในไร่ได้ และมีกิจกรรมร่วมกันภายในฟาร์มด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนผักเก็บลูกหม่อน การแปรรูป และการทำขนมปัง เป็นต้น
กิจกรรมเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติที่อยากเรียนรู้วิถีชีวิตไทย ๆ การทำเกษตร และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยมีนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ จองเข้ามาพักนานนับเดือน

บ้านไทรย้อย หมู่บ้านชีววิถี อยู่ดีมีสุข




บ้านไทรย้อยหมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เดิมมีอาชีพขายกลอย ขายไม้กวาด ตลอดสองข้างทางสายเด่นชัย-ลำปาง ปัจจุบันได้หันมาน้อมนำเอาโครงการพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในหมู่บ้าน โดยมีนางไพรวรรณ คำเหลือง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย ได้ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านทุกครัวเรือน จำนวน 127 ครัวเรือน จัดทำโครงการ ชีววิถี อยู่ดีมีสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
บ้านไทรย้อย หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ดำเนินโครงการ ชีววิถี อยู่ดีมีสุข เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทุกครัวเรือนพร้อมใจ ดำเนินการเกษตรปลอดภัย ปลอดสารพิษ สร้างรั้วกินได้ และจัดทำโครงการตู้เย็นหลังบ้านแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 35 ครัวเรือน ที่มีตู้เย็นหลังบ้านพร้อมเปิดให้เก็บผลผลิตมาขาย มากินได้ ที่เรียกว่าตู้เย็นหลังบ้านเพราะภายในบริเวณหลังบ้าน จะมีการปลูกพืชผักสวนครัวที่หลากหลาย มีกบ มีปลา มีไก่ มีไข่ ที่พร้อมสำหรับนำมาประกอบอาหาร เสมือนหนึ่งเป็นตู้เย็นในบ้าน
นอกจากนี้ ในหมู่บ้านยังจัดทำธนาคารน้ำหมักชีวภาพ หรือธนาคาร EM ไว้ประจำซุ้มในหมู่บ้านทั้ง 8 ซุ้ม มีการนำเศษผักมาทำน้ำหมักจำหน่าย แจก โดยคนในหมู่บ้านสามารถนำขวดพลาสติกเปล่า 3 ขวดมาแลกน้ำหมัก 1 ขวด บ้านไทรย้อย หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเกษตรแบบพอเพียง เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร จึงมีเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ มาเยี่ยมชมโครงการตลอดทั้งปี นับว่าเป็นความสำเร็จในการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริ ที่เป็นแบบอย่างได้อีกหมู่บ้านหนึ่ง

ห้องสมุดประชาชนอำเภอเด่นชัย






ห้องสมุดประชาชนอำเภอเด่นชัย 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเด่นชัย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดแพร่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 
(กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
 ตั้งอยู่ที่ หมู่  ถนนยันตรกิจโกศล อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ 
ตั้งขึ้นเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ได้จัดสร้างห้องสมุดประชาชนขึ้นบริเวณที่ของราชพัสดุโดยใช้งบประมาณแผ่นดินของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม) จำนวนเงิน ๗๗๖,๐๐๐ บาท และคุณสมถวัลย์ พัดมีเทศ บริจาคเพิ่มอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท  รวมเวลาก่อสร้าง ๑๑๖ วัน และเปิดให้บริการแก่ประชาชน วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๖ ให้บริการสืบค้นข้อมูลแหล่งเรียนรู้ บริการหนังสือ สื่อความรู้ในรูปแบบต่างๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

ลิ้งค์ข้อมูล








สวนสักปลูกแห่งแรกของประเทศไทย ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย





สวนสักปลูกแห่งแรกของประเทศไทย
สวนป่าสักรัฐบาลปลูกแห่งแรกในประเทศไทย  อยู่หมู่ที่ 5 บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่ ตรงข้ามที่หยุดรถไฟบ้านพวก  สำนักงานป่าไม้เขตแพร่  กรมป่าไม้ เป็นผู้ดูแล พระยาวันพฤกษ์-พิจารณ์ (ทองคำ เศวตศิลา) เป็นผู้ริเริ่มปลูกด้วยวิธีหยอดหลุมตามแบบเมียนมาเมื่อ พ.ศ. 2453 ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งสิ้น 133 ไร่ เป็นไม้สักที่ดีที่สุด ต้นสักส่วนใหญ่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี  เมื่อโตเต็มที่จะสูง 20 เมตร ขึ้นไป จะมีกิ่งก้านเมื่อใกล้ถึงยอดของต้น  ในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ของทุกปี จะมีดอกอาวหรือดอกกระเจียวส้มขึ้นเองตามธรรมชาติใต้ต้นสักเป็นบริเวณกว้างจนกลายเป็นทุ่งดอกกระเจียวส้มที่สวยงาม ต่อมาในปี พ.ศ.2454 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอัครมเหสี ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสตามเส้นทางรถไฟสายเหนือ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ถึงสถานีรถไฟแม่พวก เพื่อไปทอดพระเนตรสวนป่าสักปลูกแห่งแรกนี้ และบริเวณใกล้กันเป็นสถานีรถไฟแม่พวกที่ปัจจุบันได้เลิกใช้งานแล้วแต่ชุมชนยังคงอนุรักษ์ตัวอาคารสถานีซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้เป็นศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว และมีการจัดนิทรรศการภาพติดผนังบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนบ้านแม่พวก สอบถามข้อมูลได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ โทร. 0 5452 1127

กาลเวลาล่วงเลยมาชั้นหลัง ป่าสักปลูกแห่งแรกนี้ อยู่ในการดูแลของส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อปี พ.ศ.2541 สำรวจพบว่า มีต้นสักเดิมที่ปลูกไว้ภายในบริเวณดังกล่าวหลงเหลืออยู่จำนวน 1,797 ต้น
ทำให้ชาวบ้านแม่พวกมีความรักและหวงแหนผืนป่าสักปลูกแห่งนี้ที่เจริญเติบโต สูงใหญ่ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นมาร้อยกว่าปี นอกจากนี้ ทุกๆปี นายน้อย เทียรมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านแม่พวก ยังนำชาวบ้านทำการแผ้วถางวัชพืชไม่ให้หญ้าขึ้นรกรุงรังและทำแนวป้องกันไฟป่าสักแห่งนี้

ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า…บ้านไทรย้อย





ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้าบ้านไทรย้อย
หมู่ที่ 2 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
ไทรย้อย กลอยลำ พระองค์ดำคู่บ้าน จักสานเป็นเลิศ ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า งามตาถ้ำผาตั้ง โด่งดังครูบาชัยมงคล
ประวัติความเป็นมาบ้านไทรย้อยเดิมชื่อบ้านปากปาน ต่อมาได้แยกออกจากบ้านปากปานมาเป็นบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ ผู้ใหญ่ผ่อง จารเขียน คำว่า ไทรย้อยมาจากต้นไทรที่อยู่บ้านพ่อจัย ชำนาญ ต่อมามีประชากรเพิ่มขึ้นจึงได้มีการแยกหมู่บ้านไทรย้อย ออกเป็นบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 และบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 12 ปัจจุบัน บ้านไทรย้อย มีนางศรีนวล ก๊กไม้ เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านไทรย้อย หมู่ที่ 2 ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ในปีงบประมาณ 2558                                     
กิจกรรมการท่องเที่ยว
1.เที่ยววัดไทรย้อย -ไหว้พระองค์ดำ นาลันทา -ขอพรจากเทพทันใจ โปโปจี-บูชาพระเครื่อง ตระกุด เหรียญ เครื่องรางของคลัง-ชมประวัติและถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า -ถ่ายรูป Land Mark ถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า
2.เยี่ยมชมประวัติถิ่นกำเนิดเสาชิงช้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พร 21 แม่ปาน ตำบลไทรย้อย-ชมนิทรรศการแสดงประวัติถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า-ถ่ายรูปกับแบบจำลองเสาชิงช้า-ชมสวนต้นสักขนาดใหญ่  
3.ศึกษาดูงานการสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชน-กลุ่มแปรรูปกลอย ชมสาธิตการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปกลอย-กลุ่มจักสาน เช่น กระบุง หวดนึ่งข้าว ตะกร้า ไม้กวาด-กลุ่มตัดเย็บกระเป๋าผ้าด้นมือ -กลุ่มทำของที่ระลึกถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า (เสาชิงช้าจิ๋ว)-เยี่ยมชมสินค้าตลาดชุมชนบ้านไทรย้อย เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนในราคากันเอง       
4.กิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติห้วยจำ-หาอาหารป่าตามฤดูกาล เช่น หาปลา เก็บเห็ดต่างๆ เก็บผักหวานป่า สอยไข่มดแดง ผักกูด แมงมัน อึ่งอ่าง เขียด ฯลฯ 
5.กิจกรรมชมธรรมชาติวัดถ้ำผาตั้ง -ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ไหว้พระขอพรวัดถ้ำผาตั้ง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
กิจกรรมบ้านพัก Home Stay มีบริการบ้านพัก Home Stay สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเป็นหมู่คณะ โดยมีกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักเป็นหมู่คณะ ดังนี้
-การแสดงฟ้อนรำของเด็ก เยาวชนต้อนรับนักท่องเที่ยว
-จัดเลี้ยงอาหารมื้อเย็นแบบขันโตก พร้อมการแสดง
-พิธีบายศรีสู่ขวัญนักท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ
-คณะมัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมกิจกรรมหมู่บ้านมีบริการบ้านพัก Home Stay พร้อมอาหาร จำนวน 14 หลังๆละ 2-3 คน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักแบบส่วนตัว
สินค้า Otop / ผลิตภัณฑ์ชุมชน
 -ผลิตภัณฑ์แปรรูปกลอย ได้แก่ กลอยนึ่ง กลอยทอด ทองม้วนกลอย กลอยเค็ม ข้าวเกรียบกลอย
-ผลิตภัณฑ์ผ้าด้นมือ ได้แก่ กระเป๋า พวงกุญแจ
 -ผลิตภัณฑ์จักสาน ได้แก่ กระบุง ตระกร้า หวดนึ่งข้าว ไม้กวาด
-ผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยบ้านไทรย้อย
-ผลิตภัณฑ์เสาชิงช้าจิ๋ว
สถานที่ติดต่อสอบถามรายละเอียด นางศรีนวล ก๊กไม้ ผู้ใหญ่บ้าน หมายเลขโทรศัพท์ 087-1731-417 , 099-2737-495-สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเด่นชัย หมายเลขโทรศัพท์ 054-613-99

หลวงพ่อแสนแซ่ วัดเด่นชัย

                                     



                                                
                                              หลวงพ่อแสนแซ่ วัดเด่นชัย
หลวงพ่อแสนแซ่ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเด่นชัย จ.แพร่
ประวัติ
หลวงพ่อแสนแซ่ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยมีอายุราว 1,000 ปี หรือ 4 แผ่นดิน สร้างขึ้นโดยช่างศิลป์สมัยเชียงแสน เป็นพระนั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย ที่นามว่าพระแสนแซ่เพราะพระพุทธรูปองค์นี้หล่อเป็นชิ้นๆแล้วมาประกอบเข้าด้วยกันเวลาประกอบจะใช้แซ่หรือสลักสอดไว้ให้กระชับแน่นมั่นคงทั้งนี้เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้าย โดยเชื่อกันว่าใครได้มากราบไหว้พระเจ้าแสนแซ่จะประสบแต่ความสุขสวัสดี มีโชค มีลาภ ผู้ที่มาขอพร ก็ได้ดังที่หวัง จึงทำให้พระเจ้าแสนแซ่เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวอำเภอเด่นชัย คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเด่นชัย จ.แพร่ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ น้ำหนัก ๒๗๕ กิโลกรัม หน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้ว สูงถึงโมลี ๔๒ นิ้ว เป็นพระประทับนั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสนสิงห์ ๑ องค์พร ที่เรียกว่า หลวงพ่อแสนแซ่ หรือ พระแสนแซ่ เพราะพระพุทธรูปองค์นี้ หล่อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบกัน โดยใช้ "แซ่" หรือ สลัก สอดใส่ให้มั่นคง ทั้งนี้เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้าย เมื่อยามมีศึกสงครามมาประชิดเมือง หรือเมื่อจวนตัวข้าศึก ชาวบ้านจะช่วยกันถอดพระพุทธรูปองค์นี้ออกเป็นชิ้นๆ แล้วบรรจุลงลังไม้ อัญเชิญหนีออกจากเมือง เพื่อไม่ให้ศัตรูยึดเอาพระพุทธรูปไปได้
ใน พ.ศ.๒๔๕๗ หลวงตาอ้น เจ้าอาวาสวัดเด่นชัย พร้อมด้วย นายสี ตันเหลง มัคคทายกวัดและเหล่าทายกทายิกาทั้งหลายได้ประชุมปรึกษาหารือแสวงหาพระประธานมาประจำวัด ได้ทราบข่าวว่า มีพระพุทธรูปงามองค์หนึ่ง ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาวัดพระบาทอ.เมืองจ.แพร่จึงพร้อมใจกันขอเช่าด้วยราคา๒๕๐บาทแต่จะเป็นด้วย ปาฏิหาริย์ หรือเหตุใดไม่ปรากฏ บังเกิดฝนตกหนักในวันนั้น เกิดความชุ่มเย็น อากาศแจ่มใส แปลกกว่าวันที่ผ่านมาปรากฏให้เห็นเป็นที่อัศจรรย์ใจท่านพระครูพุทธวงษาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดแพร่ เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ประจวบกับวัดเด่นชัยไม่มีพระประธาน จึงมอบให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่ประการใด เมื่อได้รับมอบเรียบร้อยแล้ว จึงได้อาราธนาขึ้นเกวียน มาตามถนนหลวง และอันเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ ณ วัดเด่นชัย นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตราบเท่าปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังปรากฏเรื่องเล่าลือ ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และปาฏิหาริย์ต่างๆ นานา โดยชาวบ้านในละแวกเมืองแพร่ ให้ความเคารพนับถือกันมาก เชื่อว่า ใครได้มากราบไหว้ก็จะประสบแต่ความสุขสวัสดี มีโชค มีลาภ ใครมาขอพร ก็จะได้ดังความหวังทุกประการ

แหล่งเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจแบบผสมผสาน กะเทยแพร่ฟาร์ม








แหล่งเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจแบบผสมผสาน กะเทยแพร่ฟาร์ม

เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2556 โดยนายไพรัตน์ เลือกใช้ ภายใต้ชื่อ สวนเกษตรริมยม โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างให้กลุ่มเกษตรกรในชุมชนและใกล้เคียงได้มาศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆและใน พ.ศ.2557 ได้เริ่มมีการทำปศุสัตว์  จึงได้มีการขอจดทะเบียนฟาร์มโดยใช้ชื่อ "กะเทยแพร่ฟาร์ม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 จนถึงบัดนี้ "กระเทยแพร่ฟาร์ม" เป็นศูนย์การเรียนที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมง และมีการสาธิตด้านอาชีพต่างๆ ให้กับเกษตรผู้ที่สนใจ   กะเทยเเพร่ฟาร์มเริ่มทำเกษตรทฤษฏีใหม่มาตั้งแต่พ.ศ.2556 บนผืนดินที่เสื่อมโทรมท่ามกลางพื้นที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพราะเชื่อในศาสตร์พระราชาว่าเราจะพลิกฟื้นคืนชีวิตแผ่นดินนี้ให้กับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง เริ่มจากการปลูกป่า3อย่างพึ่งประโยชน์4อย่างไม้กินไม้ใช้ไม้เศรษฐกิจนอกจากเราจะปลูกต้นไม้นำทางในจุดเริ่มต้นเรายังพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ของตนเองให้พออยู่พอใช้สามารถพึ่งพาตนเองได้คือทำตามกำลังไม่รีบร้อนอันไหนสำคัญก็เริ่มก่อนโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปีพ.ศ.2561 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่ สร้างโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่
ปีพ.ศ.2561 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเด่นชัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเลี้ยงกบ หมู่2ที่ตั้ง...บ้านเลขที่4 หมู่ที่2 ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่
ด้านปศุสัตว์   กะเทยเเพร่ฟาร์มมีการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด ดังนี้ 1.ไก่ไข่  2.ไก่ไข่ต่างประเทศ  3.ไก่พื้นเมือง  4.ไก่สวยงาม  5.เป็ด  6.นกกระทา  7.นกพิราบหางแพน  8.หมูป่า  9.กระต่าย  10.ใส้เดือน
ด้านประมง  กะเทยเเพร่ฟาร์มมีการขุดยกร่องน้ำล้อมศูนย์การเรียนเพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและทำประมง เช่น  1.ปลา  2.หอยขม,หอยเชอรี่  3.กบนา
มีการปลูกพืชปลอดภัย. การกำจัดขยะอินทรีย์ การทำปุ๋ยและฮอร์โมนต่างๆ
วันนี้กะเทยเเพร่ฟาร์มมีป่า 3อย่าง มีแหล่งน้ำมีนาข้าว ด้วยความเพียรจาก 3 เมล็ดพันธุ์ที่พ่อหว่าน เมล็ดหนึ่งกำลังเติบโตคือลูกและอีกสองเมล็ดคือพ่อแม่ที่ลงมือทำให้ดูปลูกฝังซึมซับศาสตร์พระราชาสิ่งนี้แหล่ะที่พระองค์พระราชทานแก่ลูกๆของแผ่นดินให้เป็นภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างยั่งยืน 

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดแพร่. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand