TKP HEADLINE

Showing posts with label 80.การพัฒนาคุณภาพชีวิต. Show all posts
Showing posts with label 80.การพัฒนาคุณภาพชีวิต. Show all posts

มีหนี้สินอย่างฉลาดก็รวยได้

มีหนี้สินอย่างฉลาดก็รวยได้

หลายคนเห็นหัวข้อก็อาจจะตกใจว่าทำไมผมบอกว่าการมีหนี้เป็นเรื่องที่ดีได้ เป็นไปได้ยังไง งงกันไปหมดแล้ว มาๆๆ จะอธิบายให้ฟัง เอาจริงๆนะผมว่าเราต้องดูเหตุผลของการมีหนี้ด้วยว่าการที่เราจะเป็นหนี้เนี่ย… มันมีประโยชน์ยังไงต่อชีวิตได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะแบ่งหนี้เป็น 2 ประเภทในชีวิตที่ผมเห็นบ่อยๆนะครับ ได้แก่

1 หนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวและก่อนให้เกิดภาระทางการเงิน
พูดง่ายๆก็คือหนี้ที่เกิดขึ้นเพราะเราอยากได้โน้นนี่ มีเงินเดือน 20,000 ซื้อของที่อยากได้ซะ 50,000 จนทำให้รายจ่ายมากกว่ารายรับและนำเงินอนาคตมาใช้ ใช้บัตรเครดิตมาผ่อน ทำให้เกิดภาระทางการเงินและต้องจ่ายดอกเบี้ยในท้ายสุดจนหนี้ท่วมหัว อย่าให้ยกตัวอย่างเล๊ยยยย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่อยากได้แล้วมีราคาแพงๆเกินความจำเป็นของตัวเองนี่ล่ะตัวดีเลย 
การที่ซื้อของที่ตัวเองอยากได้มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอก แต่มันแค่จะแย่ถ้าเราใช้เงินเกินตัวเท่านั้นเอง เกิดอยากได้ก็ต้องบริหารเงินกันดีๆไม่ให้กลายเป็นหนี้เยอะๆจนใช้ไม่หมดนะครับ
2 หนี้ที่เกิดจากการมองเห็นอนาคตว่าหากเรามีหนี้แล้วจะเกิดประโยชน์ทางการเงินกับตัวเราในอนาคตได้
การเป็นหนี้บางอย่างสามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับเราในระยะยาวได้เหมือนกันนะครับ แต่เราจะต้องคิดดีๆก่อนว่าการเป็นหนี้นั้นจะดีหรือเปล่า ตรงนี้อยู่ที่การชั่งน้ำหนักและวัดข้อดีข้อเสียของการมีหนี้ด้วยล่ะ บางคนคำนวณไปมาทั้งความสามารถและความเสี่ยงแล้วคิดว่าโอเคคุ้ม! ก็อาจจะก่อหนี้ขึ้นมาได้เช่นกัน
ตัวอย่างของการมีหนี้แล้วรวยขึ้น เช่น หากเราทำธุรกิจอยู่แล้วเรามองว่า สินค้าของเรานั้น ลูกค้าต้องการเยอะจริงแล้วผลิตไม่ทันเลย ถ้าไม่ตัดสินใจขยายกิจการตอนนี้อาจจะเสียโอกาสในอนาคตได้ เงินก็ไม่มี พอคำนวณๆแล้วต้องตัดสินใจกู้หนี้ยืมสินมาและต้องจ่ายหนี้และผ่อนดอกเบี้ยในอนาคตรวมแล้วประมาณ 1 ล้านบาท แต่เมื่อเราเพิ่มกำลังการผลิตแล้วทำให้เราสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกจำนวนมากและสามารถใช้หนี้ได้หมดภายใน 2-3 ปี อย่างงี้ก็คือการเป็นหนี้ที่ทำให้เกิดประโยชน์ในการสร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้
อีกตัวอย่างของการมีหนี้แล้วลดค่าใช้จ่ายได้ เช่น หลายๆอาชีพต้องเดินทางไปมาหลายๆที่ต่อวันเพื่อติดต่องานกับลูกค้า ต้องพาพ่อแม่ขึ้นแท็คซี่ไปโน้นไปนี่ รวมถึงอาจจะต้องเดินทางรับไปส่งลูกที่โรงเรียน ก็อาจจะต้องมาคำนวณดูว่าค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางในแต่ละวันเป็นเท่าไหร่ แล้วลองมาเทียบดูว่าถ้าซื้อรถยนต์และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไหนจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว บางคนพอคำนวณดูแล้วพบว่า การมีรถเป็นของตัวเองนั้นอาจจะมีหนี้วันนี้แต่ผ่านไป 3 ปี (ตัวเลขสมมติ) อาจจะเป็นจุดคุ้มทุนและทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงในระยะยาวได้มากกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดนะครับว่าการมีหนี้นั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปแต่เราจะต้องพิจารณาก่อนเสมอว่าการมีหนี้นั้นมีที่มาที่ไปและเหตุผลอย่างไร คุ้มค่าต่อการมีหนี้ไหม ความเสี่ยงของหนี้เป็นอย่างไร จึงไม่แปลกใช่ไหมครับว่าทำไมหลายๆคนมีหนี้ก็รวยได้

มาลองดูตัวอย่างป้าเชงกับนายบอยใน Infographic ข้างล่างเลยจ้า
 ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก : https://www.sanook.com/money/400115/และบทความโดย : TarKowin

แนวทางการออมเงินสำหรับคนยุคใหม่ เก็บยังไงให้มีใช้ ไม่เดือดร้อน


แนวทางการออมเงินสำหรับคนยุคใหม่ เก็บยังไงให้มีใช้ ไม่เดือดร้อน
                เงินเดือนออก มีรายรับเข้ามาแต่ละที คนเราก็มักจะมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้เงินนั้นออกจากกระเป๋าไปซะนี่ ทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ควบคุมกิเลสของตัวเองไม่ได้ ไหนจะเลี้ยงข้าวเพื่อน เลี้ยงหนังสาว ค่าน้ำค่าไฟค่าเติมน้ำมันอีกสารพัดที่จะต้องจ่าย ค่ากินค่าอยู่ในชีวิตประจำวันอีก แต่ต้องอย่าลืมว่าวันนึงเราจะต้องอยู่ในจุดที่ไม่ได้ทำงาน อาจจะไม่ได้มีรายรับเข้ามามากเท่ากับที่มีอยู่ทุกวันนี้ ดังนั้นเราจึงควรเริ่มออมเงินเอาไว้ใช้สำหรับอนาคต ทั้งเรื่องที่วางแผนไว้แล้วและเรื่องที่ไม่ได้วางแผนไว้ จึงต้องเก็บเงินเอาไว้สำรองด้วย แต่การเก็บเงินออมที่ว่าควรจะมีอะไรบ้าง ในบทความนี้ ESTOPOLIS มี 6 บัญชีเงินออมที่จะช่วยให้เรามีความพร้อมทางการเงินมาฝาก


It's not about the money แต่การออมเงินก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรอ?

แม้จะมีคำพูดว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า "เงิน" กำลังจะขึ้นมาเป็นปัจจัยที่ 1 ในการใช้ชีวิตของคนเเรา ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำเวลามีรายได้เข้ามาก็คือ แบ่งเงินเอาไว้สำหรับการออมเงินอย่างน้อย 30% ของรายรับ จากนั้นจะจัดสรรปันส่วนเงินก้อนนี้อย่างไร ไปดู 6 ข้อการเก็บเงินออมที่เราเอามาแนะนำกันเลย


1. บัญชีเงินออมสำหรับระยะสั้น

สำหรับการออมเงินในระยะสั้น คือการแยกเงินเอาไว้ในบัญชีเงินออมสำหรับการใช้จ่ายในช่วงเวลาอันใกล้ทั้งที่เรารู้อยู่แล้วหรืออาจจะยังไม่รู้ ข้อดีคือ เวลาที่เราอยากได้อะไร อยากซื้ออะไร หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ควรจะเก็บเงินส่วนนี้เอาไว้ เผื่อเดือนไหนส่วนที่จะใช้หยิบจับใช้สอยไม่พอก็ยังเอาตรงนี้ไปเติมได้อีก

2. บัญชีเงินออมสำหรับระยะกลาง

การออมเงินในระยะกลาง ก็คือการเก็บเงินก้อนๆหนึ่งสำหรับเอาไว้ใช้จ่ายในอนาคตอันใกล้ ที่เราอาจจะมีการวางแผนเอาไว้ เช่น อยากจะซื้อคอนโด จองหรือดาวน์คอนโด ดาวน์รถ ซื้อของมาตกแต่งห้อง ตกแต่งคอนโด ซื้อคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนมือถือใหม่ หรือบางคนที่มีโครงการจะแต่งงาน ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือวันหนึ่งเราอาจจะอยากเปิดธุรกิจเล็กๆของตัวเอง ก็เงินก้อนนี้แหละที่จะช่วยเราได้เมื่อจำเป็นต้องใช้ หรือจะเรียกว่าเป็นบัญชีเงินออมเพื่อนทำความฝันให้เป็นจริงก็ได้ โดยไม่ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือไปหยิบยืมคนอื่น

3. บัญชีเงินออมสำหรับระยะยาว


สำหรับบัญชีเงินออมในระยะยาวนี้ เป็นบัญชีที่ต้องใช้ความมีวินัยในตัวเองสูงมากๆ เพราะเราจะต้องสัญญากับตัวเองเอาไว้เลยว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ถอนเงินจากบัญชีนี้ออกมาใช้โดยเด็ดขาด เพราะเป็นการออมเงินเพื่ออนาคตของเราในวันข้างหน้า เป็นเงินที่เราจะเอาออกมาใช้ในอนาคตเท่านั้น ดังนั้นเราควรจะแบ่งส่วนของเงินออมที่เท่ากันในทุกเดือน หรืออาจะมีเพิ่มเติมบ้างก็ได้หากเดือนไหนมีรายรับเข้ามามาก เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานๆ จนเราเกษียณจากวัยทำงานไปแล้ว เราก็จะเห็นว่าเงินที่เราเก็บหอมรอมริบด้วยความมีวินัยก้อนนี้นี่แหละ ที่จะช่วยสร้างความสุขในวัยชราให้เราได้ ไม่ต้องเป็นภาระกับคนอื่นด้วย

4. บัญชีเงินออมสำหรับกรณีฉุกเฉิน

เงินก้อนที่ 4 นี้เป็นการแบ่งเงินออมเพื่อเก็บในบัญชีเงินออมฉุกเฉิน เพราะชีวิตของเราอาจเจอเรื่องไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บไข้ได้ป่วย ธุรกรรมเร่งด่วนต่างๆ หรือแม้แต่การตกงานแบบสายฟ้าแลบ เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ต้องไม่ประมาทเช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรสำรองเงินสำหรับส่วนนี้เก็บเอาไว้ อย่างน้อยควรจะเก็บสะสมให้ได้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้ในแต่ละเดือน หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆอย่างน้อยเราก็มีเงินก้อนนี้เอาไว้ใช้จ่ายได้ก่อน

5. บัญชีเงินออมสำหรับการลงทุน


มาถึงการเก็บเงินไว้เพื่อการลงทุน โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าหลายๆคนคงจะรู้จักการลงทุนในด้านต่างๆทั้งการลงทุนในหุ้น ทองคำ กองทุน หรือวิธีการอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยการแบ่งบัญชีเงินออมในข้อนี้ก็มีเงื่อนไขคล้ายๆกันกับการเก็บเงินในบัญชีเงินออมระยะยาว คือเราต้องมีวินัยในการเก็บเงินก้อนนี้เพื่อให้มันงอกเงย ทำผลกำไรให้กับเรา โดยการเลือกลงทุนในหน่วยลงทุนต่างๆก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ดีไม่ดีหากเราเป็นคนที่มีหลักการในการลงทุนที่ดี อาจจะเป็นการสร้างรายได้ให้เราอีกทางหนึ่งก็ได้

6. บัญชีเงินออมสำหรับชีวิตประจำวัน

มาถึงบัญชีสุดท้ายก็คือบัญชีเงินออมสำหรับชีวิตประจำวัน ที่ต้องบอกว่าเป็นบัญชีเงินออม ก็เพราะอยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่อยู่ในบัญชีนี้ก็เป็นการเก็บเงินอีกก้อนหนึ่งเช่นกัน หากไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องจ่าย ก็ไม่ต้องใช้จนหมดบัญชีก็ได้ เหลือติดก้นบุ๊คแบงก์ไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าเราเหลือเงินสะสมเอาไว้ในบัญชีนี้ทุกเดือนๆ นานๆเข้าเราก็มีมีเงินที่สามารถเอาไว้จับจ่ายใช้สอยได้อยากสบายใจ ไม่ต้องกระเบียดกระเสียรไปเอาเงินเก็บก้อนอื่นๆมาใช้ แม้ว่าจะหยิบยืมมาชั่วคราวก็ตาม เพียงเท่านี้เราก็จะเริ่มรู้ลิมิตในการใช้เงิน และการเก็บเงินในแต่ละเดือนของเราแล้ว



การแบ่งเงินออมเอาไว้ในบัญชีเงินออมต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นวีธีการที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนทำตาม โดยไม่ได้บังคับว่าจะต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่ อันไหนเยอะหรือน้อยอย่างไร เพราะแต่ละคนคงจะประมาณการความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินของตัวเองในแต่ละเดือนอยู่แล้ว ทางที่ดีควรจะมีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย หากอะไรที่ไม่จำเป็นก็อาจจะอดทนเอาไว้ หากมีเงินเก็บระยะสั้นจำนวนหนึ่งแล้วยังรู้สึกว่าอยากได้จะซื้อตอนนั้นก็ยังไม่สาย แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ อยากให้ทุกคนรู้จักการ “เก็บเงินไว้ก่อน ค่อยเอาส่วนที่เหลือไปใช้” ไม่ใช่ใช้ก่อนแล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ อันนี้เป็นความคิดที่ผิดมาก ยิ่งเราเป็นคนรุ่นใหม่ ควรมีการวางแผนเรื่องอนาคตของตัวเอง และต้องมีวินัยในตัวเองด้วยเพื่อความมั่นคงในชีวิต ลองค่อยๆแบ่งเงินเดือนหรือรายรับของคุณเป็น 6 ส่วนตามที่บอกดู วันไหนที่เราเริ่มเห็นเงินเก็บของเราเป็นกอบเป็นกำขึ้นมา วันนั้นล่ะเราก็จะรู้สึกภูมิใจ และอุ่นใจ ใช้ชีวิตได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเงินเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.estopolis.com/article/knowledge/money-101/saving-money-for-new-gen

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดแพร่. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand