TKP HEADLINE

วัดบ่อแก้วนิมิต ตำบลไทรย้อย




วัดบ่อแก้วนิมิต ตำบลไทรย้อย
พระครูไพศาลรัตนกิจ เจ้าอาวาสวัดบ่อแก้ว ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เจริญพรว่า วัดบ่อแก้วนิมิต อยู่ในท้องที่หมู่ 8 ต.ไทรย้อย ในท้องที่ อ.เด่นชัย มีเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดกับ ต.เด่นชัย ด้านทิศใต้ ติดกับ ต.ห้วยไร่ และจ.อุตรดิตถ์ ทิศตะวันตก ติดกับ อ.ลอง และ อ.วังชิ้น มีจำนวนหมู่บ้าน 3 หมู่ คือ หมู่ 4, 8 และ 10 อยู่ที่
ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย เป็นวัดที่กำลังเริ่มสร้างวัตถุสถาน และเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกขาวบ่อแก้ว และพระพุทธโกศัย องค์จำลอง
ในปีนี้ 2562 นี้วัดบ่อแก้วนิมิต ไม่ได้รับกฐิน ทางกรรมการจึงได้ประชุม และได้มีมติว่า ปีนี้จะทำสลากภัตขึ้น เพื่อจะได้หารายได้จัดทำกำแพงวัด เพราะ ณ ตอนนี้ กำแพงทรุดจากน้ำจากลม แตกเสียหายมาก เพื่อจะได้หาทุน จึงจัดการต๋านสลากภัตขึ้น ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เพื่อจะได้นำปัจจัยมาก่อสร้าง และกำลังหาเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ ตามจิตศรัทธา หรือจะทำบุญ 1 ล็อค 5,000 บาท จะใส่ชื่อติดกับกำแพงวัดด้วย และหาทุนจัดสร้างกำแพงจนแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ ทางวัดบ่อแก้วนิมิต จึงขอเชิญชวนพุทธศานิกชนได้ร่วมทำบุญตานสลากภัตกับวัดบ่อแก้วนิมิต ตามวันดังกล่าวได้

วัดไทรย้อย หมู่ 2 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่




วัดไทรย้อย
ผู้ให้ข้อมูล นางศรีนวล ก๊กไม้ ผู้ใหญ่บ้านไทรย้อย ม.2 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทรศัพท์ 0871731417
เก้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เส้นทางแห่งศรัทธาครั้งนี้ขอนำท่านขึ้นเหนือถิ่นล้านนาไปยังวัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ หรือที่รู้จักกันว่าคือวัดครูบาชัยมงคล ชยฺธมฺโม พระเกจิอาจารย์ผู้สืบสานศาสตร์โบราณล้านนาและสายวิชาปะฐะมะสิทธิ หากเดินทางโดยเส้นทางสายพิษณุโลก ผ่านอุตรดิตถ์ เมื่อถึงสามแยกเด่นชัยให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรถึงตำบลไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ถิ่นกำเหนิดเสาชิงช้า หน้าโบสถ์พราหมณ์ กรุงเทพฯ วัดไทรย้อยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ เก้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ที่จะขอโอกาสแนะนำให้ท่านไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้บังเกิดให้สัมฤทธิ์ผล ได้แก่
 1.หลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ นาลันทา สร้างในครั้งฉลองพุทธชยันตี ปี พ.ศ.2555 โดยครูบาชัยมงคล ได้เดินทางไปสักการะหลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ ที่นาลันทา อินเดีย และขออนุญาตสร้างขนาดเท่าองค์จริง โดยใช้หินอินเดีย แกะสลักโดยช่างชาวอินเดียที่ประเทศอินเดียแล้วส่งมาไทยทางเครื่องบิน น้ำหนักองค์ร่วม 3 ตัน ปัจจุบันประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อพระพุทธองค์ดำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ศรัทธามาขอพรให้สุขภาพดี หายจากการเจ็บไข้และขอให้ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ
2.พระเขี้ยวแก้วศิริชัยยะมุนี พระพุทธปฏิประธานในอุโบสถวัดไทรย้อย แกะสลักอย่างงดงามด้วยหินหยกขาว ผู้คนศรัทธามาขอพรให้บันดาลโชคลาภ วาสนา บารมี ดวงตาเห็นธรรม
3.พระบรมธาตุ เป็นพระบรมธาตุที่ได้รับจากคุณลุงทองดี หรรษคุณารมณ์ เป็นพระธาตุที่เสด็จมาโดยปาฏิหาริย์ทั้งหมด และยังเป็นพระบรมธาตุที่มีสัณฐานพิเศษนอกตำรามีขนาดใหญ่กว่าพระบรมธาตุทั่วไปที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมของเทวดาหรือกลิ่นหอมอันเป็นทิพย์ ซึ่งคุณลุงทองดีอธิบายว่าเทวดาท่านมาสรงของทิพย์บูชาพระบรมธาตุ 4.รอยพระพุทธบาท จำลอง ศิลปอินเดีย แกะสลักจากหินแกรนิต ประดิษฐานบนยอดเขาวัดไทรย้อย พุทธศาสนิกชนกราบไหว้รำลึกถึงพุทธคุณแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอพุทธานุภาพอำนวยอวยชัยให้อยู่เย็นเป็นสุข
5. พ่อครูโพมินข่อง ครูบาชัยมงคลได้ให้ช่างปั้นรูปเหมือนพ่อครูโพมินข่องให้เสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อเป็นคติว่า สำเร็จทันใจเป็นคติที่สิบเนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปให้เสร็จภายในหนึ่งวัน จึงได้เรียกกันว่า หลวงพ่อทันใจหรือพระทันใจ แต่ครั้งนี้เป็นการสร้างพ่อครูโพมินข่องผู้ทรงอภิญญาให้เสร็จภายในหนึ่งวัน จากคตินี้ถือว่า เมื่อพ่อครูองค์นี้สำเร็จขึ้นมาจะมีอำนาจในการบันดาลโชคลาภให้ทันใจแก่ผู้มาสักการะบูชาได้อย่างน่าอัศจรรย์ 6.บรมครูปู่หมอชีวกโกมารภัจน์ แกะสลักจากหินเขียวอินเดีย ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ผู้ศรัทธามาบูชากราบไหว้ขอพรเพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง หายเจ็บหายจน ด้านหน้าจะมีอ่างน้ำมนต์ที่ครูบาชัยมงคล อัญเชิญบารมีบรมครูปู่หมอชีวกฯ ทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไว้
7.เทพทันใจ หรือมหานัทโปตะอ่องโป๊ะโป๊ะจี คำจำกัดความง่าย ๆ ที่คนไทยชอบ บนได้ไหว้รับ ทันอกทันใจ8.พระชัยหลังช้าง พิเศษคือช้างนี้เป็นช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียร ผู้บูชาอธิษฐานขอชัยชนะ พิชิตมาร 9.รูปเหมือนหลวงปู่ครูบาเจ้าแสนใจ(แสนชัย) ตามประวัติกล่าวว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์ผู้ทรงอภิญญาบารมีที่ดำรงค์ขันธ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ผ่านสมัยอยุธยา ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ครูบาชัยมงคล นับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์อาวุโล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่วัดไทรย้อย ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทร 054-661063 / 098 758 4067 / 094 930 9355

ผ้ามัดย้อมสีใบสัก บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่




ผ้ามัดย้อมสีใบสัก จ.แพร่
บ้านแม่พวก อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีผลิตภัณฑ์ผ้าที่โดดเด่น เพราะชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาผลิตผ้ามัดย้อม โดยใช้สีใบสักจากต้นที่มีอายุกว่า 100 ปี ได้เฉดสีที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล
บ้านแม่พวก หมู่ที่5 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีสถานีรถไฟประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 มีอายุมากกว่า 100 ปี และมีสวนต้นสักปลูกแห่งแรกของประเทศ อายุ 109 ปี ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว และนำใบสักมาใช้เป็นสีย้อมผ้า สร้างผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของหมู่บ้าน
กลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านได้รวมตัวกัน เรียนรู้วิธีการมัดลายและย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากใบสักสดนำมาต้มจนได้ที่ สามารถผลิตเป็นผ้ามัดย้อมคุณภาพดี ซึ่งใบสักในแต่ละฤดู จะให้เฉดสีที่แตกต่างกันไป ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์มัดย้อมที่ไม่ซ้ำแบบกันทั้งสีและลวดลาย
ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากใบสักมีหลายอย่าง ทั้งกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ปัจจุบันได้พัฒนา ผลิตผ้ามัดย้อมจากสีของต้นไม้ใบไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีในท้องถิ่น อย่างสีเหลืองจากเปลือกลิ้นฟ้า สีเขียวหม่นจากใบหูกวาง เปลือกแก่นฝางให้สีชมพูอมม่วง เปลือกประดู่ได้น้ำตาลอ่อน ทำให้ได้ผ้ามัดย้อมที่มีสีสันหลากหลาย พร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนสักและสถานีรถไฟโบราณของหมู่บ้านแห่งนี้ตลอดทั้งปี

บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่






บ้านหนังสือชุมชนบ้านสวนหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลปงป่าหวาย กศน.อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ชื่อเจ้าของบ้าน นางสาวประคอง  นามสกุล  แก้วอุต   อายุ 55 ปี

                  ความเป็นมาของการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน เป็นที่อยู่อาศัย แรกเริ่มมีพี่น้องพักอาศัย ต่อมาไปทำงานต่างจังหวัด นางสาวประคอง แก้วอุต ซึ่งประกอบอาชีพเป็นครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลปงป่าหวาย เร่งเห็นความสำคัญของการศึกษาประกอบกับนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบทำประโยชน์ให้กับสังคม และให้ความอนุเคราะห์ที่อยู่อาศัยเป็นสถานที่ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของบ้านหนังสือชุมชน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559  จนถึงปัจจุบัน
                 นางสาวประคอง แก้วอุต ผู้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมบ้านหนังสือชุมชน ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “บ้านหนังสือชุมชนดีเด่น” ตามโครงการรัก การอ่าน เสริมการเรียนรู้ สู่วิถีชุมชน THAILAND 4.0 “ชุมชน ตลาดนัด ชวนอ่าน” วันที่ 26 เมษายน 2561 ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเด่นชัย และยังให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมภายในท้องถิ่น



ห้องศิลป์นิรันดร ตำบลปงป่าหวาย





ผู้ก่อตั้ง : นายนิรันดร์  ปัญญามูล
เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทัศน์ศิลป์สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไปหลายสาขาอาชีพที่ต้องการเรียนรู้ด้านงานศิลปะ หรือต้องการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อใช้ในการเสริมอาชีพที่ทำอยู่ และนำไปสร้างรายได้เสริม อีกทั้งหอศิลป์นิรันดรแห่งนี้ยังมีกิจกรรมฝึกสอนวาดภาพและระบายสีให้แก่ผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่างใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น มีลูกศิษย์กว่า 300 คน ที่เข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนฝีมือในงานศิลปะ ห้องศิลป์นิรันดรก่อตั้งในปี พ.ศ.2550 ตั้งอยู่ในเลขที่บ้าน 99 หมู่ที่ 6 ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีแหล่งแสดงและเรียนรู้ศิลปะ 3 โซน นั่นก็คือ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย (ด้านจิตรกรรม) เป็นสถานที่รวบรวมผลงานภาพจิตกรรมต่างๆ ของอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ที่จัดแสดงไว้ ไม่ว่าจะเป็น ใต้ร่มพระบารมีด้วยเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 80x100 เซนติเมตร ภาพพระนางเจ้าสิริกิจพระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วาดเมื่อ ปี 2550นอกจากนี้ยังมีภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนชนบทภาคเหนือของไทยในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้กับอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล จัดแสดงไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนาด้วยเทคนิดสีอะคริลิคบนผ้าใบ และยังมีภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 1ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 2ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 3ภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา 4และภาพ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชนบทล้านนา ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเป็นต้น

โซนที่ 2 เป็นศิลปะที่จัดแสดงอยู่ทางด้านชั้น 2 ของตัวบ้านอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล ในโซนนี้จะเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของศิลปินต่างประเทศที่อาจารย์ได้รวบรวมสะสมไว้กว่า 20 ปี มาจัดแสดงอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งยังมีโล่รางวัล เกียรติบัตรเชิดชูผลงานของอาจารย์มาจัดแสดงไว้อีกด้วย

โซนสุดท้าย โซนที่ 3 เป็นสถานที่ที่อาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล และลูกศิษย์สร้างผลงานศิลปะ ทั้งในการวาดภาพ ลงสี และยังเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติจริงให้แก่ลูกศิษย์หรือผู้ที่สนใจในงานศิลปะ เข้ามาเรียนรู้และลงมือทำงานศิลปะ มีลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียนรู้แล้วกว่า 300 คน โดยอาจารย์นิรันดร์ ปัญญามูล เป็นคนลงมือสอนด้วยตัวเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งยังสามารถนำผลงานศิลปะที่ตนเองทำ นำกลับไปได้อีกด้วย

วัดพระพุทธมงคล อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

วัดพระพุทธมงคล


ประวัติวัดพระพุทธมงคล

"พระพุทธมงคล" หรือ "พระเจ้าตนหลวง" เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ที่พี่น้องชาวเมืองแพร่ให้ความเลื่อมใสศรัทธากันดี ประดิษฐานอยู่ที่วัดร้างหรือวัดตอหมากหลวงนิมิต หมู่ที่ 8 บ้านตอนิมิต ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่
ตำนานกล่าวถึงพระพุทธมงคลว่า สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.1200 โดยพระโสณเถระ พระอุตรเถระ และพระรัตนเถระ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ประดิษฐานไว้บนยอดพระเมาลีตอนกลาง
จากตำนานที่เล่าสืบกันมาว่า มีต้นหมากหลวงขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง อยู่ใกล้ปากถ้ำ หน้าวัดพุทธมงคลหรือหน้าวัดพระเจ้าตนหลวง หน้าวัดร้างในปัจจุบัน อาจเป็นพันธุ์หมากหลวงเดียวกันกับต้นหมากหลวงในตำนานวัดพระธาตุช่อแฮ
เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมา ต้นหมากหลวงนั้นได้ตายลง เหลือแต่ตอแห้งแข็ง ไม่ผุกร่อน เหมือนต้นหมากทั่วไป ในเวลาค่ำคืนก็ปรากฏเป็นลูกแสงไฟพวยพุ่งออกมาจากตอของต้นหมากหลวงนั้น เป็นแสงไฟที่มีความสวยงามมาก ชาวบ้านในหมู่ละแวกนั้น ต่างร่ำลือโจษจันกันว่าเป็นตอนิมิต และเป็นที่มาของหมู่บ้านว่า "บ้านตอนิมิต"


มัลเบอร์รี่ฟาร์ม ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย



นางสาวจารุวรรณ เอกบัว” สาวเมืองดอกคูนขอนแก่น วัย 38 ปี ผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบ “ฟาร์มสเตย์”รู้จักกันในนามฟาร์มหม่อน มัลเบอร์รี่ ฟาร์ม (Mulberry Farm)

เริ่มต้นของการทำฟาร์มหม่อนแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไต่เต้าจากพนักงานห้างค้าปลีกข้ามชาติจนกลายเป็นผู้จัดการเขต และเลือกจังหวัดแพร่ในการลงหลักปักฐาน ด้วยความที่เป็นผู้จัดการแผนกอาหารสดทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร ปลูกพืชผัก ผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ

นั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อราว 3 ปีก่อน ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำหันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว พร้อมดำรงชีวิตแบบพอเพียงบนดอยบ้านน้ำพร้าว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เมืองเล็ก ๆ ของภาคเหนือ
“เรามีประสบการณ์จากการเป็นพนักงานจนถึงผู้จัดการ ทำให้เห็นวงจรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ จึงมีแนวคิดว่า อยากปลูกพืชผัก ทำเกษตรพอเพียง และปลูกพืชตระกูลเบอร์รี่ ที่สามารถปลูกขึ้นได้ดีในเมืองไทยโดยไม่ใช้สารเคมี สุดท้ายก็มาลงตัวที่หม่อน เพราะถิ่นกำเนิดเป็นคนอีสานได้สัมผัสการเลี้ยงไหม ปลูกต้นหม่อน มีความรู้และผูกพันกับหม่อนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”
เธอยังบอกด้วยว่า หลังออกจากงานก็ได้ไปขอกิ่งพันธุ์จากกรมหม่อนไหม ที่อำเภอเด่นชัยมาปลูก โดยได้รับการสนับสนุนต้นหม่อนมาจำนวน 200 ต้น เริ่มลงมือปลูก บนพื้นที่ 8 ไร่ รวมทั้งหมด 300 ต้น ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และต้นหม่อนจะโตเต็มที่ในระยะเวลา 1 ปี ให้ผลผลิตในปีแรก ประมาณ 500 กิโลกรัม จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 100 บาท

ปัจจุบันสามารถเก็บผลผลิตได้เต็มที่ปีละกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงหน้าฝนเดือนมิถุนายน และช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเมษายน หม่อนเป็นพืชที่อยู่ได้ทุกสภาวะ ยกเว้นน้ำท่วมขังจะทำให้รากเน่า และไม่ให้ผลผลิต“ผลผลิตหม่อนในปีแรกได้นำออกไปขายที่ตลาดเอง สามารถขายหมดเพียงไม่กี่วัน ปัจจุบันหม่อน 300 ต้นที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิต และมีรายได้เข้ามาทุกวัน”
ขณะเดียวกันยังต่อยอดพัฒนาไปเป็น “ฟาร์มสเตย์” รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถเข้าพักในกระท่อมภายในไร่ได้ และมีกิจกรรมร่วมกันภายในฟาร์มด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนผักเก็บลูกหม่อน การแปรรูป และการทำขนมปัง เป็นต้น
กิจกรรมเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติที่อยากเรียนรู้วิถีชีวิตไทย ๆ การทำเกษตร และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยมีนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ จองเข้ามาพักนานนับเดือน

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดแพร่. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand